วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2552

Wood Stock In Thai

มีคำกล่าวอ้างประโยคหนึ่งว่า ‘ถ้าคุณจำวู้ดสต็อคได้ แสดงว่าคุณไม่ได้อยู่ที่นั่นจริง’ ทำไม ก็เพราะว่า
ยุคสมัยนั้น พวกเขาเรียกกันเองว่า 'Woodstock Nation' มันเป็นเหมือนเครื่องหมาย
เสมือนความ Cool หรือ Hip แห่งยุคสมัย ที่ว่าใครได้ไปนั้น เท่ เหลือหลาย

แต่ั้นั้นแหละ ก็มีทั้งพวกที่ไปไม่จริง แอบอ้างเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ กับพวกที่ไปจริงแต่จำอะไรไม่ได้เลย เพราะมันเป็นงานที่ มั่ว ที่สุด ทั้ง ขี้โคลน กัญชา แอสแอลดี และ ฟรีเซ็กซ์

' วู้ดสต็อค ' ไม่ใช่เป็นเพียงงาน 'มหกรรมดนตรี' แต่มันคือ การแสดงพลังทางดนตรี
และพลังของหนุ่มสาว ที่ต่อต้าน “สถาบัน” ในชื่อ Hippie ณ ทุ่งนา เมืองเบทเฮล รัฐนิวยอร์ก
ผู้คนประมาณ 450,000 คน กับช่วงเวลา 3 วัน 3 คืน ระหว่างวันที่ 15 – 17 สิงหาคม 1969
ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมา และเสียงดนตรี

เมื่อมหาชนเกือบครึ่งล้านมารวมตัว สาธารณูปโภคไม่เพียงพอ อาหาร น้ำ สุขา
พอฝนเทลงมา ก็ไปกันใหญ่กลายเป็นทะเลโคลน ผู้เสพยาที่บ้าคลั่ง
เดินแก้ผ้าไปตามที่สาธารณะ ทำเอาชาวเมืองเบทเฮล แตกตื่นไปทั่ว


เหตุการณ์ที่น่าสนใจ อื่นๆ ใน Woodstock คราวนั้น มีดังนี้ มีผู้ป่วยมารับการรักษา
ที่ห้องพยาบาลสนามถึง 5,162 คน มีเด็กคลอดใหม่ในงานหลายคน
มีผู้เสียชีวิต 3 ราย รายแรก เสพย์ยาเกินขนาด...
รายที่สองพลัดตกลงมาจากหอไฟส่องหน้าเวที
และรายสุดท้าย ถูกรถขนของเข้างานชนตายก่อนหน้างานเริ่ม 1 วัน
มีผู้ถูกจับกุมไปสงบสติ อารมณ์ที่เมืองเบทเฮล 177 คน
มีผู้นำบัตรมาขึ้นเงินคืน 18,000 ใบ
เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปถึงงานได้ เพราะรถติดอยู่บนถนนที่จะเข้าสู่งาน
Max Yasgur เจ้าของทุ่งนาแห่งตำนาน
เสียชีวิตในปี 1973 ทุกวันนี้ยังมีอนุสาวรีย์เพื่อระลึกถึงความมีน้ำใจ
เป็นก้อนหินแกะสลักรูปนกเกาะบนกิ่งไม้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวู้ดสต็อค
ภายใต้รูปยังเต็มไปด้วยรายชื่อศิลปิน น้อย ใหญ่ ที่มาร่วมแสดงในคราวนั้น
เมื่อย้อนมาดูบ้านเมืองเรา ผู้คนที่เคยเป็นวัยหนุ่มสาว

ในคราวการเปลี่ยนแปลงประเทศ เมื่อ 14 ตุลา 16

ก็คล้ายกับเหล่า Woodstock Nation แตกต่างแค่วิธีการ การต่อสู้ในรายละเอียด แต่ก็ถวิลหาในสังคมที่ดีงาม
แต่เมื่อกาลเปลี่ยนไป ในปัจจุบัน
คนก็เปลี่ยน เมื่อขวา-ซ้าย แทบแยกไม่ออก
บางคนก็เคยมี อุดมการณ์ เหลือเพียง อุดมกิน
บางก็ย้ำในเจตนาเดิิมไม่แปรเปลี่ยน
เอาเถอะอย่างไรก็ตาม ไม่ว่า ชนชาติไหน ภาษาไหน หรือ เรา เจตนาทำอะไร เพื่ออะไร เพื่อผู้ใด เวลา จะเป็นคำตอบ
แม้คำตอบอาจจะยังคงอยู่ในสายลมก็ตามแต่

Wood Stock

Woodstock Music & Art Fair
(informally, Woodstock or The Woodstock Festival)
was a music festival, billed as "An Aquarian Exposition: 3 Days of Peace & Music",
held at Max Yasgur's 600-acre (2.4 km²; 240 ha, 0.94 mi²) dairy farm near the hamlet of White Lake in the town of Bethel, New York, from August 15 to August 18, 1969. Bethel, in Sullivan County, is 43 miles (69 km) southwest of the town of Woodstock, New York, in adjoining Ulster County.
During the sometimes rainy weekend,

thirty-two acts performed outdoors in front of 500,000 concert-goers.
It is widely regarded as one of the greatest
and most pivotal moments in popular music history and
was listed among Rolling Stone's 50 Moments That Changed the History of Rock and Roll.
The event was captured in the successful 1970 documentary movie
Woodstock,
an accompanying soundtrack album, and Joni Mitchell's song "Woodstock" which commemorated the event and became a major hit for Crosby, Stills, Nash, & Young

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ฟิสิกส์ ของ ดนตรี :: ดนตรี ของ ฟิสิกส์

ดนตรีกะฟิสิกส์ ไอน์สไตน์ กล่าวไว้ว่า



" หากไม่ได้เป็นนักฟิสิกส์ ข้าพเจ้าอาจเป็นนักดนตรี ด้วยมันคิดอะไรเป็นดนตรี



ฝันกลางวันเป็นดนตรี มุมมองชีวิตก็เป็นดนตรี ...ความสุขส่วนใหญ่ในชีวิต ล้วนมาจากดนตรีนี่เอง "



มนุษย์คือส่วนหนึ่งของสังคมโลก



ดังนั้นมนุษย์ จึงเปรียบเสมือนวงออเครสตร้า วงใหญ่ที่แสดงร่วมกันบนเวทีคอนเสิร์ตของโลก



ทั้งดนตรีและวิทยาศาสตร์มีความจำเป็นต่อการพัฒนามนุษย์เท่าๆกัน หากด้านใดด้านหนึ่งถูกละเลย



มนุษย์ก็ขาดความสุข



เมื่อไม่นานมานี้ นักฟิสิกส์ ส่วนใหญ่ยังเชื่อกันว่า



ทฤษฎีบิ๊กแบงเป็นจุดเริ่มต้นของสรรพสิ่ง



มาบัดนี้ นักวิทยาศาสตร์มากมายเห็นสอดคล้องกันว่าอาจมีบางสิ่งก่อนหน้านั้น



ไม่ว่าจะเป็นบางสิ่งหรือหลายๆสิ่งจะมีอะไรก่อนหน้านั้นอีก



และหลังจากที่สิ่งต่างๆ ที่เรารู้จัก มลายหายไป จะมีอะไรหลังจากนั้น



ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งดนตรีและฟิสิกส์



ทุกอย่างอยู่ในครรลองของการเปลี่ยนแปลง



แล้วดนตรีบีโธเฟนสัมผัสกับวิทยาศาสตร์ของทศวรรษที่ 20ได้จริงหรอ?????????????



การเริ่มต้นด้วยทำนองที่เร้าใจถึงสองท่วงทำนองในซิมโฟนีหมายเลข 3



เปรียบได้กับบิ๊กแบง



หรือเปรียบได้กับการที่โจรทมิฬประกาศถึงการเสด็จมาของกษัตริย์



ดนตรีท่อนนี้ไม่มีรูปแบบของการเคลื่อนไหวบังคับ



จึงเหมือนกับการเปิดเอกภพหรือเปิดละครโอเปร่าที่น่าตื่นเต้น



"ดนตรีที่เคยหลอกลวงใคร"



และที่สำคัญคือ



คือไรอ่ะ เขียนเอง งง เองนะเนี่ย



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



ดนตรีของฟิสิกส์ และ ฟิสิกส์ของดนตรี





++++++++++++%%%%%55555++++++++++++++++++